(วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569) หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เจ้าภาพจัดการประชุม Thailand Synergy Forum 2026 เป็นครั้งที่ 3 นำโดย คุณญนน์ โภคทรัพย์ รองประธานกรรมการฯ คุณธวัชชัย เศรษฐจินดา กรรมการเลขาธิการฯ คุณปริม จิตจรุงพร กรรมการรองเลขาธิการฯ พร้อมด้วยคุณมนู มากมณี กรรมการเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมนวัตกรรมและวิจัย หอการค้าไทยฯ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นผู้กล่าวเปิดงาน พร้อมผู้แทนจาก 11 หน่วยงานพันธมิตร เข้าร่วมประชุมเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนผู้ประกอบการฐานนวัตกรรม (Innovation-Driven Enterprise: IDE) ผ่านกลไกความร่วมมือแบบ Consortium
การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับ SME ไทยจากรูปแบบธุรกิจดั้งเดิม สู่การเป็น Enterprise-based Innovation โดยมุ่งปรับโครงสร้างองค์กรให้ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว ภายใต้บริบทเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอนสูงและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว
เห็นชอบยุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่านสู่ IDE เต็มรูปแบบ
สาระจากการประชุมสะท้อนร่วมกันว่า การพัฒนาเชิงผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป แต่จำเป็นต้องยกระดับสู่การพัฒนาเชิงองค์กร (Enterprise-based Innovation) ซึ่งครอบคลุมโครงสร้างธุรกิจ กระบวนการบริหารจัดการ ระบบเทคโนโลยี และการพัฒนาศักยภาพผู้นำ
ที่ประชุมเห็นชอบแนวคิดการปรับ “ระบบปฏิบัติการองค์กร” เพื่อให้ SME สามารถปรับตัวต่อภูมิรัฐศาสตร์ การจัดระเบียบเศรษฐกิจโลก และการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีได้อย่างเป็นระบบ พร้อมยกระดับ “เทคโนโลยี” เป็นเสาหลักสำคัญควบคู่เศรษฐกิจและสังคม
อนุมัติกรอบประเมิน IDE Readiness 4+1 มิติ เป็นมาตรฐานกลาง
ที่ประชุมมีมติอนุมัติการใช้กรอบประเมินความพร้อม IDE Readiness Assessment Framework เป็นมาตรฐานกลางของเครือข่าย Consortium โดยประกอบด้วย 4 มิติเชิงโครงสร้าง ได้แก่
1. Technology Readiness Level (TRL) – เทคโนโลยีสามารถใช้งานได้จริง
2. Manufacturing Readiness Level (MRL) – มีความพร้อมด้านการผลิตและซัพพลายเชน
3. Commercial Readiness Level (CRL) – มีความพร้อมด้านตลาดและโมเดลธุรกิจ
4. Business Readiness Level (BRL) – มีความพร้อมด้านการบริหารจัดการและธรรมาภิบาล
พร้อมทั้งเตรียมพัฒนามิติที่ 5 คือ Entrepreneurial Mindset & Leadership เป็นเงื่อนไขจำเป็นควบคู่การประเมินเชิงโครงสร้าง
หลักการประเมินจะใช้แนวคิด “จุดอ่อนที่สุดเป็นตัวกำหนดระดับความพร้อม” เพื่อให้การสนับสนุนสามารถเติมเต็มช่องว่างได้ตรงจุด และยกระดับผู้ประกอบการอย่างเป็นระบบ
กำหนดแนวทางดำเนินงานแบบ 2 ขนาน
ที่ประชุมกำหนดแผนปฏิบัติการแบบ 2 ขนาน เพื่อสร้างผลลัพธ์ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ได้แก่
1) กลุ่มนำร่อง Quick Win จำนวน 48 บริษัท
ดำเนินการในรูปแบบการดูแลเชิงลึก (Tailor-made Coaching) ผ่านกลไก Sandbox และการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต้นสังกัดกับพันธมิตรใน Consortium เพื่อพัฒนาเป็นกรณีศึกษาความสำเร็จ
2) กลุ่มศักยภาพสูง 688 บริษัท
บูรณาการฐานข้อมูลจากการสำรวจกิจกรรมวิจัยและพัฒนา (RDI Survey) เพื่อพัฒนาเป็น National IDE Portfolio และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงระบบประเมินตนเองและทรัพยากรสนับสนุนในระดับประเทศ
ในเชิงอุตสาหกรรม ที่ประชุมให้ความสำคัญกับกลุ่มอุตสาหกรรมศักยภาพสูง รวมถึงการเปิดพื้นที่สู่เทคโนโลยีขั้นสูงและเทคโนโลยีแบบ Dual-use เพื่อขยายฐานเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ
ขับเคลื่อนผ่านเวทีระดับประเทศและการบูรณาการทรัพยากร
การประชุมเห็นชอบให้ใช้เวที Thailand Synergy และ IDE Forum เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเชิงนโยบาย การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการผลักดันการปลดล็อกข้อจำกัดด้านกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อธุรกิจนวัตกรรม
แนวทางดังกล่าวมุ่งเน้นการทำงานแบบ Co-host ระหว่างหน่วยงาน เพื่อใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างผลกระทบเชิงระบบในระดับประเทศ
สรุปทิศทางเชิงยุทธศาสตร์
สาระจากการประชุมครั้งนี้สะท้อนทิศทางสำคัญ ดังนี้
- ยกระดับ SME สู่ Innovation-Driven Enterprise (IDE) เต็มรูปแบบ
- ใช้กรอบประเมิน 4+1 มิติ เป็นมาตรฐานกลางของประเทศ
- ขับเคลื่อนแผนงานแบบ 2 ขนาน (ระยะสั้นและระยะยาว)
- บูรณาการความร่วมมือ 11 หน่วยงาน ภายใต้ทรัพยากรร่วม
- ผลักดัน Ecosystem นวัตกรรมผ่านเวทีระดับชาติ
การดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อยกระดับผู้ประกอบการไทยจาก “ผู้ประกอบการรายย่อย” สู่ธุรกิจที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยี การผลิต การตลาด และการบริหารจัดการ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน
จัดโดย : คณะกรรมการส่งเสริมนวัตกรรมและวิจัย หอการค้าไทย





























