วันที่ 31 มีนาคม 2569 ณ ห้องกมลทิพย์ 2 โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ
คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาสมาคมการค้า จัดกิจกรรมเลี้ยงสังสรรค์ประธานสมาคมการค้ากลุ่ม 15 Clusters เพื่อกระชับความสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนมุมมองเศรษฐกิจ โดยมีคุณอธิป พีชานนท์ รองประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและประธานคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาสมาคมการค้า เป็นผู้กล่าววัตถุประสงค์ และได้รับเกียรติจาก ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เข้าร่วม พร้อมด้วย กรรมการเลขาธิการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย คณะกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประธานหอการค้าภาค และ ประธานคณะกรรมการพัฒนาผู้ประกอบการรุ่นใหม่ YEC
ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นแขกรับเชิญพิเศษ บรรยายในหัวข้อ “ทิศทางการค้าไทย vs ทิศทางการค้าโลก”
โดยมีเจ้าภาพจัดงาน ได้แก่
• คุณกุลวุฒิ วนาสวัสดิ์ ประธานสมาคมการค้ากลุ่มยา เวชภัณฑ์ อาหารเสริม เครื่องสำอาง และอุปกรณ์การแพทย์
• คุณเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ ประธานสมาคมการค้ากลุ่มท่องเที่ยว สุขภาพ ไมซ์ และกีฬา
มีสาระสำคัญในการหารือ ดังนี้
- เศรษฐกิจโลกอยู่ภายใต้บริบท “Geopolitics-driven Economy” เกิดการแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศมหาอำนาจ ส่งผลให้ไทยในฐานะประเทศขนาดกลาง จำเป็นต้องรักษาสมดุลผ่านระบบพหุภาคี และกติกาการค้าระหว่างประเทศ เพื่อคงความสามารถในการแข่งขัน
- ผลกระทบสำคัญต่อการค้าโลกและไทย ได้แก่ ความขัดแย้งในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะตะวันออกกลาง กระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานและอาหาร ขณะที่ WTO คาดว่าการค้าโลกปี 2569 จะเติบโตเพียง 1.9% อีกทั้งมาตรการสิ่งแวดล้อม เช่น CBAM และ EUDR กลายเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเข้าถึงตลาดโลก
- ในภาพรวมเศรษฐกิจมหภาคของไทย ยังคงมีประเด็นเชิงโครงสร้างที่อยู่ระหว่างการพัฒนา อาทิ การกระจายตัวของการส่งออก สัดส่วนของ MSMEs ในระบบเศรษฐกิจ การพัฒนาผู้ประกอบการระดับกลาง (Missing Middle) ความแตกต่างด้านรายได้ระหว่างพื้นที่ รวมถึงโครงสร้างการผลิตที่ยังมีการพึ่งพาการนำเข้าบางส่วน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้มีส่วนทำให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจปรับตัวอยู่ในระดับประมาณ 2% จากในอดีตที่เคยอยู่ราว 5% และมีความผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจโลก
ทิศทางการดำเนินงานของกระทรวงพาณิชย์ มุ่งใช้ “Economic Diplomacy” เป็นกลไกหลักในการรับมือความเสี่ยง และขับเคลื่อนการค้า
โดยเน้น 4 แกนสำคัญ ได้แก่
(1) Competitiveness – ยกระดับเศรษฐกิจมูลค่าสูง ผ่าน FTA ดิจิทัล และเศรษฐกิจสีเขียว
(2) Security & Stability – เสริมความมั่นคงด้านอาหาร พลังงาน และจัดการความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
(3) Inclusive – ลดความเหลื่อมล้ำ สนับสนุน MSMEs และวิสาหกิจชุมชน
(4) Resilient & Agility – เพิ่มความยืดหยุ่น ด้วยนโยบาย Data-driven และ Demand-driven
ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนข้อเสนอเชิงปฏิบัติและแนวทางความร่วมมือที่สำคัญ ได้แก่
- ผลักดันโครงการ “ไทยช่วยไทย” สนับสนุนสินค้าไทยและผู้ประกอบการในประเทศ
- เสนอให้ภาคเอกชนร่วมเป็น Team Thailand ภายใต้แนวคิด “Wisdom of Community”
- ส่งเสริมไทยสู่ Medical Hub ครบห่วงโซ่ ครอบคลุมอุตสาหกรรมยาและผลิตภัณฑ์การแพทย์
- การผลักดันในเรื่อง Copayment ในธุรกิจภาคประกัน
- ภาครัฐส่งเสริมสินค้า Made in Thailand โดยเน้นการเพิ่มสัดส่วน Local Content ผ่านมาตรการสนับสนุนการใช้สินค้าในประเทศ การให้สิทธิประโยชน์ และการกำหนดในโครงการภาครัฐ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเสริมความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการไทย
- สะท้อนปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน และความกังวลต่อ พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่อาจกระทบต้นทุนภาคท่องเที่ยว
- ขอความร่วมมือภาคเอกชนในเรื่องของการประหยัดพลังงาน เพื่อช่วยแก้ปัญหาธุรกิจในปัจจุบัน
- ความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และประธานสมาคมการค้ากลุ่ม ในการขับเคลื่อนและเสริมสร้างศักยภาพเศรษฐกิจไทยในอนาคต พร้อมเชิญเข้าร่วมงานประชุมใหญ่หอการค้าภาค 5 ภาค ในวันที่ 30 พ.ย. 2569
โดยภาพรวม ภาคเอกชนและภาครัฐเห็นพ้องถึงความจำเป็นในการบูรณาการความร่วมมืออย่างใกล้ชิด เพื่อเสริมศักยภาพเศรษฐกิจไทยให้สามารถรับมือความผันผวนของโลก และใช้โอกาสจากบริบทใหม่ในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันในระยะยาว
----------
ฝ่ายพัฒนาเครือข่ายสมาคมการค้า































