ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย (TCC-CI) ประจำเดือนมกราคม 2569 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยอยู่ที่ระดับ 44.4 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 44.1 ในเดือนธันวาคม 2568 โดยดัชนีปัจจุบันอยู่ที่ 39.0 และดัชนีคาดการณ์อนาคตอยู่ที่ 49.7 สะท้อนว่าภาคธุรกิจเริ่มมีมุมมองเชิงบวกเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แม้ภาพรวมยังอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่าความเชื่อมั่นยังอยู่ในระดับระมัดระวัง

ในเดือนมกราคม ปัจจัยลบที่กดดันความเชื่อมั่นยังคงมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่เป็นไปอย่างช้า ปัญหาค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูงซึ่งไม่สอดคล้องกับรายได้ของประชาชน สถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นซึ่งกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออก ต้นทุนการผลิตโดยเฉพาะค่าแรงที่เพิ่มสูงขึ้น ตลอดจนความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และการเมือง รวมถึงปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ที่ส่งผลต่อสุขภาพและภาคการท่องเที่ยว
ขณะเดียวกัน ยังมีปัจจัยบวกที่ช่วยพยุงความเชื่อมั่น ได้แก่ การส่งออกเดือนธันวาคม 2568 ที่ขยายตัวร้อยละ 16.8 การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวทั้งตลาดจีนและตลาดระยะไกล ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศที่ปรับลดลง ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่ปรับตัวดีขึ้นจากนโยบายการเงินผ่อนคลาย รวมถึงมาตรการของภาครัฐที่ช่วยลดค่าครองชีพ ดูแลราคาสินค้าเกษตร สนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs และส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าประเทศ

เมื่อพิจารณารายองค์ประกอบ พบว่าดัชนีด้านเศรษฐกิจโดยรวม การบริโภค การท่องเที่ยว ภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม ภาคการค้า ภาคบริการ และการจ้างงาน ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า ขณะที่ดัชนีด้านการลงทุนและการค้าชายแดนปรับลดลงเล็กน้อย สะท้อนว่าภาคธุรกิจยังมีความกังวลต่อการตัดสินใจลงทุนใหม่และสถานการณ์พื้นที่ชายแดน
แม้ดัชนีจะเริ่มขยับตัวในทิศทางบวก แต่ภาพรวมยังสะท้อนความเปราะบางของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะประเด็นกำลังซื้อของประชาชน หนี้ครัวเรือน ต้นทุนการผลิต และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
แนวทางการดำเนินการในการแก้ไขปัญหา
• มาตรการเพิ่มการบริโภค และต้นทุนการผลิต
• มาตรการช่วยผู้ประกอบการในการเข้าถึงสินเชื่อ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับธุรกิจ รวมทั้งมาตรการลดต้นทุนทางการเงิน
• แนวทางแก้ไขความขัดแย้งบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่ให้กลับมาฟื้นตัว
• สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติเพื่อดึงดูดเม็ดเงินเข้ามาลงทุนในประเทศ อีกทั้งยังเป็นการสร้างงานให้กับคนในประเทศเพิ่มขึ้น
• สนับสนุน SMEs และแก้ปัญหาหนี้สินที่จะส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะปานกลางถึงยาวมากที่สุด
• การดูแลราคาสินค้าเกษตร เนื่องจากรายได้เกษตรกรในหลายภูมิภาค ซึ่งกระทบต่อกำลังซื้อในต่างจังหวัดอย่างมาก
• พัฒนาทักษะแรงงานโดยเฉพาะทางด้าน AI และเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้มีความรู้เท่าทันและปรับตัวในอนาคต
• การรักษาเสถียรภาพของค่าเงินบาทให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อการส่งออกและภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน
• เร่งส่งเสริมระบบขนส่งมวลชนทั้งในเมืองหลักและเมืองรองเพื่อกระจายรายได้ ไปยังจังหวัดอื่นๆ อย่างเป็นระบบ






















