เมื่อวันจันทร์ที่ 9 มีนาคม 2569 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุม 3201 ชั้น 2 อาคารบรรเจิด ชลวิจารณ์ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย คณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม วุฒิสภา นำโดย นายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล ประธานคณะกรรมาธิการ พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการ ได้เข้าพบหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เพื่อรับฟังข้อมูลและข้อเสนอจากภาคเอกชนเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจ การค้า และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ
ในการนี้ มีผู้แทนจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยร่วมให้การต้อนรับและเข้าร่วมการหารือ ได้แก่
- คุณภูมินทร์ หะรินสุต รองประธานกรรมการหอการค้าไทย
- คุณชัยวัธ มะระพฤกษ์วรรณ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย
- คุณวิบูลย์ สุภัครพงษ์กุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย
- คุณยุทธนา เจียมตระการ กรรมการบริหารหอการค้าไทย
- คุณประวิทย์ ประกฤตศรี ที่ปรึกษาหอการค้าไทย
- คุณธวัชชัย เศรษฐจินดา กรรมการเลขาธิการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
พร้อมด้วยกรรมการและผู้แทนจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเข้าร่วมการหารือ
ในการหารือครั้งนี้ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยได้สะท้อนประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อภาคเศรษฐกิจและผู้ประกอบการไทยในหลายด้าน
หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ สถานการณ์ราคามะพร้าวตกต่ำ ซึ่งสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยรายงานว่าเกิดจากหลายปัจจัย เช่น โครงสร้างการค้าผ่านล้ง ปัญหาสายพันธุ์มะพร้าว ตลอดจนคุณภาพและปริมาณผลผลิตที่ไม่สม่ำเสมอ โดยภาคเอกชนเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การพัฒนาคุณภาพผลผลิตในระดับต้นน้ำ การส่งเสริมการแปรรูปและเพิ่มมูลค่าสินค้าในระดับกลางน้ำ ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการตลาดในระดับปลายน้ำ ทั้งนี้ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยมีศูนย์ AFC ซึ่งทำหน้าที่สนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการตลาดเพื่อช่วยยกระดับสินค้าเกษตรของไทย
นอกจากนี้ ยังมีการหารือเกี่ยวกับ กฎหมายเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว โดยภาคเอกชนได้สะท้อนความกังวลเกี่ยวกับช่องว่างทางกฎหมายที่อาจทำให้ผู้ประกอบการไทยเสียเปรียบ เช่น การสวมสิทธิสินค้าเกษตร การดำเนินธุรกิจผ่านนอมินี และการเช่าที่ดินหรือสวนในระยะยาว รวมถึงข้อสังเกตเกี่ยวกับสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อาจมีลักษณะคล้ายการครอบครองผลผลิตทั้งหมด นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบาย Visa Free ระยะเวลาการพำนักของชาวต่างชาติ และความชัดเจนในการจัดเก็บภาษีของบุคคลต่างด้าว
ในส่วนของ กฎหมายการแข่งขันทางการค้า ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า โดยมีข้อสังเกตในประเด็นโครงสร้างคณะกรรมการ จำนวนกรรมการผู้เชี่ยวชาญ ความโปร่งใสในการเปิดเผยคำวินิจฉัย รวมถึงแนวทางกำกับดูแลการควบรวมกิจการข้ามประเภทธุรกิจ ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนยังได้แสดงความเห็นต่อ ร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาด โดยเฉพาะในประเด็นองค์ประกอบของคณะกรรมการ การจัดตั้งกองทุนอากาศสะอาด และขั้นตอนการดำเนินงานในระดับจังหวัด ซึ่งอาจก่อให้เกิดความซ้ำซ้อนของหน่วยงานและส่งผลต่อความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ
สำหรับ ร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยได้เสนอข้อสังเกตในประเด็นสำคัญ เช่น หลักเกณฑ์การบังคับเจ้าหนี้ยอมรับแผนฟื้นฟูกิจการ (Cram Down) การลดความรับผิดของผู้ค้ำประกัน การกำหนดเกณฑ์หนี้ขั้นต่ำสำหรับการฟื้นฟูบุคคลธรรมดา และระยะเวลาการยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการซ้ำ ซึ่งอาจส่งผลต่อเสถียรภาพของระบบสินเชื่อและวินัยทางการเงิน
นอกจากนี้ ยังได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับ แนวทางการบูรณาการมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs โดยเห็นว่าควรมีการสนับสนุนผู้ประกอบการอย่างเป็นระบบ ทั้งในด้านการกำหนดคำนิยามผู้ประกอบการ การจดทะเบียนธุรกิจ และการกำหนดสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสม ปัจจุบันสภาหอการค้าไทยได้ดำเนินโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการหลายโครงการ เช่น โครงการ Big Brother และการทำงานร่วมกับหอการค้าจังหวัด เพื่อช่วยยกระดับธุรกิจจากขนาดเล็กไปสู่ขนาดกลาง
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้แลกเปลี่ยนข้อมูลในประเด็นอื่น ๆ ที่อยู่ระหว่างการศึกษา เช่น การจัดเก็บภาษีแพลตฟอร์มดิจิทัล การแก้ไขปัญหาธุรกิจนอมินี การส่งเสริมการใช้สินค้าไทยภายใต้แนวคิด “Thai Made – Thai First – Thai Use” รวมถึงแนวคิดการศึกษาความเหมาะสมของกฎหมายบางฉบับที่เกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจ
การหารือครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติกับภาคเอกชนในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและข้อเสนอ เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงสร้างเศรษฐกิจและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของประเทศในระยะยาว


































