วันที่ 20 เมษายน 2569 คุณวิบูลย์ สุภัครพงษ์กุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการบริหารศูนย์ AFC พร้อมด้วย คุณวิรัตน์ ศิริสกุลงาม รองประธานกรรมการ และประธานหอการค้าภาคตะวันออก รวมถึงคณะกรรมการหอการค้าไทยและหอการค้าภาคตะวันออก อาทิ คุณสุรพงษ์ เป้ากลาง คุณจอมศักดิ์ ภูติรัตน์ และคุณอุกฤษฎ์ วงษ์ทองสาลี ประธานหอการค้าจังหวัดจันทบุรี (Mr. AFC จันทบุรี) ได้ร่วมประชุมและลงพื้นที่ขับเคลื่อนมาตรการบริหารสินค้าผลไม้ ปี 2569
โดยได้รับเกียรติจาก คุณคณิตา ราษฎร์นุ้ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี และคุณจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เข้าร่วมประชุม พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และภาคีเครือข่ายภาคเอกชนกลุ่มค้าปลีก–ค้าส่งสมัยใหม่ ได้แก่ CP AXTRA (Makro–Lotus’s), Tops, GO Wholesale, The Mall และ Big C ณ สวนนวลทองจันท์ จังหวัดจันทบุรี
ด้วย นโยบายของประธานกรรมการ หอการค้าไทย (ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์) ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาผลไม้ล้นตลาดและราคาตกต่ำมาตลอดผ่านเครือข่ายความร่วมมือ 32 หน่วยงานภายใต้ศูนย์ AFC นั้น ซึ่งปี 2569 การขับเคลื่อนมาตรการบริหารสินค้าผลไม้ของกระทรวงพาณิชย์ อยู่ภายใต้แนวคิด “Thailand: The Land of Tropical Fruits” จะเน้นการพัฒนาแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ เน้นการบริหารอุปทาน ยกระดับคุณภาพผลผลิต และการบริหารแรงงาน กลางน้ำ เน้นการลดการสูญเสีย เพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ และการแปรรูปเพิ่มมูลค่า และปลายน้ำ เน้นการขยายตลาด การสร้างภาพลักษณ์ และการสื่อสารเชิงรุกสู่ผู้บริโภค โดยศูนย์ AFC และเครือข่าย Mr. & Ms.AFC ทั่วประเทศ จะทำหน้าที่เป็นด่านหน้าแก้ไขปัญหาและเชื่อมโยงตลาด กระจายสินค้า และสนับสนุนมาตรการของภาครัฐให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
อย่างไรก็ดี ตลอดระยะเวลาการดำเนินงานที่ผ่านมา ศูนย์ AFC ได้แสดงให้เห็นถึงบทบาทของ “กลไกกลาง” ในการเชื่อมโยงเครือข่ายภาครัฐและเอกชนกว่า 32 หน่วยงาน โดยในปี 2568 เพียงปีเดียว สามารถประสานช่วยรับซื้อผลผลิตได้กว่า 92,000 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 5,200 ล้านบาท และหากรวมผลการดำเนินงานตั้งแต่เริ่มต้น สามารถช่วยดูดซับผลผลิตได้มากกว่า 310,000 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 19,000 ล้านบาท สะท้อนถึงพลังของเครือข่ายและความเชื่อมั่นต่อบทบาทของหอการค้าไทยในการสนับสนุนภาคเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับพื้นที่ภาคตะวันออก โดยเฉพาะจังหวัดจันทบุรี ถือเป็นศูนย์กลางผลไม้ของประเทศ ได้มีการวางแผนการตลาดอย่างครบวงจร ครอบคลุมทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ โดยตลาดภายในประเทศมุ่งเน้นการขยายช่องทางผ่าน Modern Trade การส่งเสริมสินค้า GI และการบริโภคตามฤดูกาล ขณะที่ตลาดต่างประเทศมุ่งเน้นการยกระดับผลไม้ไทย โดยเฉพาะทุเรียนสู่ตลาดพรีเมียม ผ่านการสร้างแบรนด์ การสื่อสารเรื่องราวสินค้า และการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในตลาดโลก
ศูนย์ AFC จึงพร้อมจะเป็น “ตัวกลางเชื่อมโยง” ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อดูแลเสถียรภาพสินค้าเกษตร ยกระดับมูลค่าผลไม้ไทย และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรไทยในระยะยาว พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นแหล่งผลิต “สินค้าเกษตรมูลค่าสูง” ที่สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก
การบูรณาการความร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการยกระดับภาคเกษตรไทยจาก “สินค้าโภคภัณฑ์” สู่ “สินค้าเกษตรมูลค่าสูง” อย่างยั่งยืน และตอกย้ำบทบาทของศูนย์ AFC หอการค้าไทย ในการเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการเกษตรของประเทศ ต่อไป

































